แจ้งปัญหาการใช้งาน
ติดต่อเรา
087-3306687
STATISTIC
หน้าที่เข้าชม458 หน้า
ผู้ชมทั้งหมด205 ครั้ง
me shielving (มีชิลวิ่ง)
1,300.00 บาท
900.00 บาท
สั่งซื้อ
Detox Slend Oat ล้างลำไส้ก่อนทาน มี ชิลว…
900.00 บาท
750.00 บาท
สั่งซื้อ
Nature Fit ช่วยให้ลดไวขึ้น ลดอาการหิวจุก…
900.00 บาท
750.00 บาท
สั่งซื้อ
กาแฟ ลดน้ำหนัก (Meshapeving coffee)
280.00 บาท
220.00 บาท
สั่งซื้อ

 

 

 

 

ฟังประสบการณ์จริง จากลูกค้าที่ได้รับผลลัพธ์จากสินค้าของเรา!!





เว็บบอร์ด
ตอบกระทู้
ตั้งกระทู้ใหม่


อะมิโน เปปไทด์ ใน meshielving(มีชิลวิ่ง) สามารถช่วยลด ริ้วรอย ได้จริงหรือ QUOTE
คุณเอ็ม เจ้าของร้าน
1 สัปดาห์ที่ผ่านมา

 

"อะมิโน เปปไทด์" คืออะไร ......สามารถช่วยลด "ริ้วรอย" ได้ตามโฆษณาหรือไม่ ?!? (มติชนออนไลน์)

        "อะมิโน เปปไทด์" สารชนิดใหม่ในวงการเครื่องสำอาง ถูกอ้างว่าสามารถช่วยชะลอและทำให้ผิวหนังเต่งตึงได้ เป็นเรื่องจริงหรือไม่ การทดลองเพียงใน "หลอดแก้ว" จะได้ผลเดียวกันในร่างกายมนุษย์หรือ

        เครื่องสำอางและเวชสำอางถูกออกแบบมาเพื่อบำรุงและปกปิดข้อบกพร่องของผิวหนัง อย่างไรก็ตาม สินค้าเครื่องสำอางไม่ได้ถูกทดสอบและรับรองโดยสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา แต่สินค้าส่วนใหญ่ได้รับการวิจัยและพัฒนาจากหลักการทางทฤษฎีของสารสำคัญ ที่มีประโยชน์ต่อผิวหนัง การศึกษาวิจัยมักทำให้หลอดทดลอง รวมไปถึง "อะมิโน แอซิด เปปไทด์" ที่กำลังฮือฮาก็เช่นกัน นับเป็นสารใหม่ล่าสุดในวงการเครื่องสำอาง ที่เป็นความหวังในการช่วยลดริ้วรอยบนใบหน้า โดยไม่ต้องอาศัยการฉีดยาหรือทำศัลยกรรม


"อะมิโน เปปไทด์" คืออะไร ?

        เปปไทด์ คือ โมเลกุลของโปรตีนอะมิโน แอซิด หลายๆ โมเลกุลมาเกาะกันเป็นสายโซ่สั้นๆ มีการนำมาผสมผสานลงในสูตรตำรับของเครื่องสำอาง เช่น ครีมรอบดวงตา ครีมบำรุง ผิวหน้าและลำคอ เนื่องจากมีข้อมูลจากการศึกษาวิจัยว่า เปปไทด์เหล่านี้สามารถแทรกซึมเข้าสู่ชั้นผิวหนังที่ลึกลงไปได้ ช่วยกระตุ้นการสมานแผล ยับยั้งการหดตัวของกล้ามเนื้อบริเวณใบหน้า เช่น หน้าผาก รอบดวงตาและร่องแก้ม เป็นต้น นอกจากนี้ ยังมีรายงานผลของเปปไทด์ในการกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน พร้อมๆ ไปกับการยับยั้งการทำลายคอลลาเจนอีกด้วย 

        ผลการศึกษาเหล่านี้ทำให้เชื่อได้ว่า "อะมิโน เปปไทด์" จะให้ประโยชน์ในการลดเลือนริ้วรอย ทำให้ร่องลึกของริ้วรอยบนใบหน้าน้อยลงหรือจางลง และป้องกันการเกิดริ้วรอยใหม่ แถมผิวหนังยังเต่งตึงขึ้นจากการสร้างคอลลาเจนใหม่อีกด้วย ผลการลดริ้วรอยจะได้ผลประมาณ 16 - 27 % หากใช้อย่างต่อเนื่อง 

        อุตสาหกรรมเครื่องสำอางมีความหวังว่า "อะมิโน เปปไทด์" น่า จะนำมาใช้ทดแทนการทำศัลยกรรมเลเซอร์ หรือการฉีดสารโบทอกส์หรือสารคอลลาเจนเข้าผิวหนัง เพื่อวัตถุประสงค์ในการลดริ้วรอย สำหรับผู้ที่ไม่ต้องการหรือกลัวเข็มฉีดยา

"อะมิโน เปปไทด์" ลดริ้วรอยได้จริงหรือไม่ ?

        การศึกษาเรื่องอะมิโน เปปไทด์ ส่วนใหญ่เป็นการวิจัยในหลอดทดลอง ซึ่งเป็นที่ทราบกับดีในกลุ่มนักวิทยาศาสตร์การแพทย์ว่า ผลการศึกษาที่ได้จากหลอดทดลอง อาจไม่ได้ผลในการวิจัยกับสัตว์ทดลองและอาจไม่ได้ผลในคน เนื่องจากสารสำคัญที่ออกฤทธิ์จำเป็นต้องถูกนำส่งไปยังเป้าหมาย คือ ผิวหนังชั้นล่าง เช่นเดียวกับ "อะมิโน เปปไทด์" การที่จะให้มีประสิทธิผล เนื้อครีมต้องมีประสิทธิภาพในการปล่อยสารออกฤทธิ์ที่ผิวหนังชั้นล่างหรือ ผิวหนังแท้ 


        ดังนั้น ประโยชน์ของอะมิโน เปปไทด์ จึงยังเป็นที่สงสัย เพราะสารที่จะเดินทางลึกลงไปยังผิวหนังชั้นล่างได้ จะต้องอยู่ในสภาพที่มีความคงตัวและต้องไม่ถูกย่อยสลายระหว่างการเดินทาง 

ความปลอดภัย

        ผลการศึกษาในระยะสั้นยังไม่พบอาการข้างเคียงแต่อย่างใด แต่การใช้สะสมในระยะยาวนั้น ยังไม่มีการรายงานเรื่องผลข้างเคียง มีเพียงข้อบ่งชี้ว่าไม่ควรใช้แบบความเข้มข้นสูงมากกว่า 10 % เพราะอาจทำให้กล้ามเนื้อและผิวหนังย่นเป็นถุงได้


ข้อแนะนำการใช้เครื่องสำอางให้ได้ผล

        ผู้บริโภคยังไม่ควรตื่นเต้นกับสินค้าใหม่เหล่านี้ เพราะที่ผ่านมาสินค้าเครื่องสำอางเปรียบเสมือนแฟชั่น ที่ผู้ผลิตพยายามค้นหาสิ่งใหม่ๆ มาดึงดูดความสนใจของผู้บริโภคเท่านั้น 

        1. ความทำความสะอาดและบำรุงผิวหน้าด้วยครีมบำรุงผิวทุกครั้ง เพื่อปกป้องไม่ให้ผิวหน้าแห้ง นี่คือเคล็บลับสำคัญของการป้องกันการเกิดริ้วรอย (ควรป้องกันไว้ก่อน เพราะว่าง่ายกว่าการแก้ไขในภายหลัง)


        2. เวลากลางวันอาจต้องทางครีมกันแดด เพื่อป้องกันรังสียูวีไม่ให้มาทำลายเซลล์ผิว

        3. เวลากลางคืน ไม่ว่าจะนอนในห้องปรับอากาศหรือพัดลม ควรทาครีมบำรุงผิวหน้าก่อนนอน เพื่อไม่ให้ผิวหน้าแห้ง

        4. ครีมบำรุงผิว อาจผสมสารอาหารต่างๆ เช่น วิตามินอี วิตามินซี อะโรเวล่า กรดผลไม้ หรืออะมิโน เปปไทด์ ก็สามารถทดลองได้ด้วยตัวเอง แต่ที่สำคัญที่สุด คือ การบำรุงผิวอย่างสม่ำเสมอ เพราะแม้จะเป็นเพียงครีมธรรมดาๆ ก็ตาม 


ขอขอบคุณข้อมูลและภาพประกอบจาก

โดย รศ.ดร.พิมลพรรณ พิทยานุกุล 
คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล

 


แสดงหน้าละ กระทู้
.....
ตอบกระทู้
ชื่อ
ข้อความ
ตอบกระทู้นี้